sgt.co.th@gmail.com

081-6917888

การบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราด้วยระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge: AS)

การบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมยางพาราด้วยระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge: AS)

     การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (Activated Sludge Process) เป็นระบบที่นิยมในกระบวนการจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา น้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตมีลักษณะสำคัญคือ มีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ ค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี (COD) และสารแขวนลอย (TSS) ในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม น้ำเสียอุตสาหกรรมประเภทนี้จัดเป็นน้ำเสียที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ดีด้วยกระบวนการทางชีวภาพ การเลือกระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ซึ่งเป็นระบบบำบัดทางชีวภาพแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Treatment) จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดภาระความสกปรก และช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์และการดำเนินระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ต้องอาศัยหลักการทางวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและจลนศาสตร์ทางชีววิทยาที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถแบ่งขั้นตอนการทำงานและการปรับใช้ระบบออกเป็นข้อปฏิบัติดังนี้

1.      กระบวนการย่อยสลายและการทำงานของจุลินทรีย์ (Biological Oxidation & Settling) น้ำเสียจะไหลเข้าสู่ถังเติมอากาศ (Aeration Tank) เพื่อผสมกับกลุ่มแบคทีเรียและจุลินทรีย์ใช้ออกซิเจนแบบแขวนลอย จุลินทรีย์จะทำการย่อยสลายสารอินทรีย์ผ่านปฏิกิริยาชีวเคมีได้ผลลัพธ์เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และมวลเซลล์ใหม่ จากนั้นน้ำสลัดจ์จะไหลต่อไปยังถังทำใสหรือถังตกตะกอนขั้นสอง (Secondary Clarifier) เพื่อแยกตะกอนจุลินทรีย์ออกจากน้ำใส โดยตะกอนส่วนหนึ่งจะถูกสูบหมุนเวียนกลับเข้าถังเติมอากาศ (Return Activated Sludge: RAS) เพื่อรักษาระดับมวลชีวภาพ (MLSS) ให้คงที่
2.      การเลือกรูปแบบระบบที่เหมาะสมกับลักษณะน้ำเสีย (System Configuration Selection) เนื่องจากน้ำเสียโรงงานยางพารามีภาระสารอินทรีย์ผันแปร สามารถเลือกปรับรูปแบบระบบ AS ได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ ระบบเติมอากาศยืดเวลา (Extended Aeration: EA) ซึ่งมีอัตราส่วนอาหารต่อจุลินทรีย์ (F/M) ต่ำ และมีอายุสลัดจ์นาน ทำให้ระบบเสถียรและเกิดสลัดจ์ส่วนเกินน้อย, ระบบปรับเสถียรสัมผัส (Contact Stabilization: CSAS) ที่แบ่งเป็นถังสัมผัสและถังปรับเสถียร ช่วยลดปริมาตรถังเติมอากาศลงได้ประมาณร้อยละ 50, หรือ ระบบเอสบีอาร์ (Sequencing Batch Reactor: SBR) ที่รวมกระบวนการเติมอากาศและตกตะกอนไว้ในถังเดียวแบบเป็นวัฏจักร
3.      การควบคุมพารามิเตอร์และการบริหารจัดการสลัดจ์ (Process Control & Sludge Management) การเดินระบบจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยแวดล้อม ได้แก่ ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์, การเติมออกซิเจนละลายน้ำ (DO), ระยะเวลากักพักชลศาสตร์ (HRT), อายุสลัดจ์ (SRT), และการระบายสลัดจ์ส่วนเกิน (Waste Activated Sludge: WAS) ทิ้งเพื่อรักษาดัชนีปริมาตรสลัดจ์ (SVI) ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

     การประยุกต์ใช้ระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้โรงงานแปรรูปยางพาราสามารถบำบัดสารมลพิษในน้ำเสียได้อย่างสมบูรณ์ ป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นและปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สามารถนำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้หมุนเวียนในกิจกรรมบางประเภทภายในโรงงานได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 

เอกสารอ้างอิง
     1. กรมควบคุมมลพิษ. (2546). รายละเอียดสนับสนุนเกณฑ์แนะนำการออกแบบระบบรวบรวมน้ำเสียและโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำของชุมชน เล่ม 2. กรุงเทพฯ: สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย.
 2. กรมควบคุมมลพิษ. (2569). หลักสูตรผู้ควบคุมมลพิษทางน้ำ (ปรับปรุง พ.ศ. 2569). กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
     3. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. (2549). ตำราระบบบำบัดมลพิษน้ำ. กรุงเทพฯ: กระทรวงอุตสาหกรรม.
     4. มั่นสิน ตัณฑุลเวศม์. (2542). เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม เล่มที่ 2. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
     5. สภาวิศวกร. (ม.ป.ป.). คู่มือความรู้เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียและขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ. กรุงเทพฯ: สภาวิศวกร.
    6. Metcalf & Eddy, Inc. (2014). Wastewater Engineering: Treatment and Resource Recovery. 5th ed. New York: McGraw-Hill Education.

Scroll to Top